นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทฯได้ตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายกำกับดูแลกิจการเนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทและจะส่งเสริมให้บริษัทมีความมั่นคงและเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการไว้เป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานนั้น บริษัทให้ความสำคัญเรื่องระบบการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายใน โดยคณะกรรมการบริษัทจะมีการประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในร่วมกันเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้เปิดเผยผลการประเมินดังกล่าวไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) เป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้คณะกรรมการจะจัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำ นอกจากนี้บริษัทฯจะถือปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด

จรรยาบรรณธุรกิจ

บริษัทฯได้กำหนดหลักปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณของคณะกรรมการฝ่ายบริหารและพนักงานเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของบริษัทด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม ทั้งการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งนี้ บริษัทได้มีการประกาศและแจ้งให้พนักงาน และผู้บริหารทุกคนรับทราบ และยึดปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ บนหลักการที่ว่า การตัดสินใจใดๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์หรือการเกี่ยวโยงของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสิน รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ

คณะกรรมการตรวจสอบจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งได้มีการพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบ รวมทั้ง บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัดในเรื่องการกำหนดราคาและเงื่อนไขต่างๆกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ให้เสมือนทำรายการกับบุคคลภายนอก (Fair and at Arm’s Length Basis) และส่งรายงานตามระยะเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด และจะได้มีการเปิดเผยไว้ในงบการเงิน รายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ด้วย

กรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงจะต้องจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสีย และมีการ Update ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว โดยรายงานการมีส่วนได้เสียจะถูกจัดเก็บไว้ที่เลขานุการบริษัท โดยสำเนาให้ประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการตรวจสอบทราบทุกครั้งด้วย

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท 2 ชุด คือคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหาร โดยบริษัทฯได้มีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริหารที่มีต่อผู้ถือหุ้นไว้อย่างชัดเจนเพื่อความเป็นอิสระในการตัดสินใจและนำเสนอวิสัยทัศน์ ดังรายละเอียดที่กล่าวไว้แล้วภายใต้หัวข้อ 8 โครงสร้างการจัดการ

คณะกรรมการตรวจสอบ
บริษัทฯมีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งสิ้น 3 ท่าน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่อง และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาหรือรับทราบตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ได้ระบุไว้ได้แก่ การตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน โดย รศ.ดร.ดลกณิศ เต็งอำนวย 1 ใน 3 ของกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการสอบทานงบการเงิน
คณะกรรมการบริหาร
บริษัทฯมีคณะกรรมการบริหารทั้งสิ้น 4 ท่าน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความคล่องตัวโดยมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท เช่น การมอบอำนาจในการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินต่างๆ

นอกจากนี้บริษัทฯมีนโยบายในการแบ่งแยกตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้เป็นคนละบุคคลกัน เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดมีอำนาจโดยไม่จำกัด โดยคณะกรรมการของบริษัทจะเป็นผู้กำหนดอำนาจหน้าที่และคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯมีเลขานุการบริษัทซึ่งทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คณะกรรมการจะต้องทราบและปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการรวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ

การสรรหากรรมการและผู้บริหารระดับสูง

  • การสรรหากรรมการบริษัท

    การคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัท แม้ปัจจุบันยังไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา (Nominating Committee) แต่คณะกรรมการบริษัทโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบจะพิจารณาคัดเลือกกรรมการโดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกตามเกณฑ์คุณสมบัติตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 และตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังเน้นถึงประสบการณ์ ความรู้ และความสามารถ จากนั้นจึงนำรายชื่อเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง

    ในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัท ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้งโดยใช้เสียงข้างมากตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

    1. ให้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถือ
    2. ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทำการเลือกตั้งกรรมการจากบรรดาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการโดยวิธีการให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทำการออกเสียงลงคะแนนให้แก่บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการเป็นรายบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยผู้ถือหุ้นแต่ละคนมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งเสียงต่อหนึ่งหุ้นที่ตนถือในการออกเสียงลงคะแนนให้แก่บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการแต่ละคน และไม่สามารถแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมาน้อยเพียงใด
    3. ให้บุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากัน เกินจำนวนที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้นให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด เพื่อให้ได้กรรมการเป็นจำนวนตามที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด
  • การสรรหากรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ

    คณะกรรมการบริษัทโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ (ถ้ามี) เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้น ซึ่งกำหนดให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยคัดเลือกจากกรรมการอิสระ และผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ 1 คน ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านบัญชีหรือการเงิน เมื่อกรรมการตรวจสอบว่างลงจนมีจำนวนต่ำกว่า 3 คน ให้คณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งให้ครบจำนวนภายในระยะเวลาไม่เกินกว่า 3 เดือนนับจากวันที่คณะกรรมการตรวจสอบมีจำนวนน้อยกว่า 3 คน

  • การสรรหาผู้บริหารระดับสูงสุด

    คณะกรรมการบริษัทโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงสุด และผู้ที่รับคัดเลือกเป็นผู้บริหารสูงสุด ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการ มีภาวะความเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำขององค์กร สามารถดำเนินการตามนโยบายของธุรกิจได้เป็นอย่างดี

การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อย

บริษัทย่อยเป็นบริษัทจำกัดดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยบริษัทย่อยกำกับดูแลโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทฯ ได้ส่งบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการในบริษัทย่อย ดังนี้

1) บริษัท ลาวิช แลบบอราทอรี จำกัด จำนวน 2 ท่านจากคณะกรรมการทั้งหมด 3 ท่าน คิดเป็นอัตราร้อยละ 67

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายในและความลับของบริษัท

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึง กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของกลุ่มบริษัทฯที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล (รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว) รวมถึงได้กำหนดโทษเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท หรือการนำข้อมูลของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนไว้แล้วตามนโยบายการป้องกันการนำข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์ ซึ่งบริษัทประกาศไว้ใน website ของบริษัท เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานได้รับทราบทั่วกัน

รวมทั้งได้ให้ความรู้ความเข้าใจแก่คณะกรรมการของบริษัทและผู้บริหาร ในหน้าที่การรายงานการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 รวมทั้งจะแจ้งข่าวสารและข้อกำหนดต่างๆของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้แก่คณะกรรมการของบริษัท และผู้บริหารตามที่ได้รับแจ้งจากทางหน่วยงานดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีการกำหนดนโยบายให้กรรมการบริษัทต้องเปิดเผยหรือรายงานการซื้อขายหุ้นหรือการถือครองหุ้นของบริษัทให้คณะกรรมการทราบ และขอความร่วมมือในการแจ้งต่อคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำรายการ ทั้งนี้ การรายงานการซื้อหรือขายหุ้นดังกล่าวให้นับรวมการทำรายการของบุคคลที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 258 แห่ง พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ พ.ศ.2535 ด้วย

ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี

ในปี 2559 ค่าตอบแทนรวมของผู้สอบบัญชี (Audit fee) ประกอบด้วย

  1. ค่าสอบบัญชีจำนวน 450,000 บาท ค่าสอบทานงบการเงินไตรมาสละ 140,000 บาท ค่าสอบบัญชีของบริษัทย่อยอีก 190,000 บาท รวม 1,060,000 บาท ทั้งนี้บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี คือ นางสาวศิราภรณ์ เอื้ออนันต์กุล นายศุภชัย ปัญญาวัฒโน และนางชลรส สันติอัศราภรณ์ จากบริษัท สำนักงาน อี วาย จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. และไม่เป็นบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และเป็นผู้สอบบัญชีมาแล้ว 6 ปี ต่อเนื่อง
  2. ค่าตอบแทนอื่น -ไม่มี-

การปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Code of best practices)

บริษัทฯมีนโยบายนำหลักการ “การปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Code of Best Practices)” ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของบริษัท เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท และเพื่อเป็นการเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตลอดจนเพื่อเพิ่มความมีประสิทธิภาพของฝ่ายบริหารจัดการ อันจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นขึ้นในกลุ่มผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ครอบคลุมหลักการ 5 หมวด ดังมีรายละเอียดดังนี้

สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯได้ตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นได้แก่ สิทธิในการซื้อขายหรือการโอนหุ้น สิทธิในการได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ สิทธิในส่วนแบ่งกำไรของกิจการ สิทธิในการเลือกตั้งกรรมการบริษัทเป็นรายบุคคลและถอดถอนกรรมการ สิทธิในการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการบริษัท สิทธิในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีอิสระ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น

นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่างๆ ข้างต้นแล้ว บริษัทฯมีนโยบายในการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริม และอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้

  • จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีทุกปี โดยจะจัดภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชีในแต่ละปี พร้อมทั้งจัดส่งหนังสือนัดประชุม และข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นรับทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุม 7 วัน หรือ 14 วันตามเกณฑ์ของ สนง.กลต . หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และลงประกาศหนังสือพิมพ์แจ้งวันนัดประชุมล่วงหน้าเป็นเวลา ติดต่อกัน 3 วันก่อนที่จะถึงวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน โดยในแต่ละวาระการประชุมจะมีการกล่าวถึงวัตถุประสงค์และเหตุผล รวมทั้งมีความเห็นของคณะกรรมการประกอบไปด้วย
  • เผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าในเว็บไซต์ของบริษัทฯ พร้อมทั้งชี้แจงสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าประชุม และสิทธิออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น
  • ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนตนได้เพื่อสนับสนุนการใช้สิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นโดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม
  • ก่อนการประชุมเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อซักถามได้ล่วงหน้าก่อนวันประชุมผ่าน email address ของนักลงทุนสัมพันธ์ และ email address ของเลขานุการบริษัท
  • ในการประชุมบริษัทฯจะจัดขึ้นในสถานที่ที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมประชุม และจะจัดสรรเวลาให้เหมาะสม และจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือตั้งคำถามในวาระต่างๆอย่างอิสระ ก่อนการลงมติในวาระใดๆ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ให้ข้อมูลรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอย่างเพียงพอต่อการตัดสินใจอนุมัติทำรายการใดๆ โดยในวาระที่ผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัย ข้อซักถาม บริษัทฯจะจัดเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเป็นผู้ให้คำตอบภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
  • กรรมการทุกคนและประธานกรรมการแต่ละชุดและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถซักถามข้อมูลรายละเอียดในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องได้

กรรมการทุกคนจะเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถซักถามข้อมูลรายละเอียดในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องได้

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯมีนโยบายที่จะสร้างความเท่าเทียมกันต่อผู้ถือหุ้นทุกราย ทุกกลุ่ม ด้วยความเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นต่างชาติ และผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ดังนี้

  • การปฏิบัติและอำนวยความสะดวกต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการจำกัดหรือละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น
  • การกำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นสามัญมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง (บริษัทมีเพียงหุ้นสามัญเพียงประเภทเดียว)
  • การกำหนดให้กรรมการอิสระเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลผู้ถือหุ้นส่วนน้อย โดยผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอชื่อบุคคลเข้ากระบวนการคัดเลือกเสนอเป็นคณะกรรมการบริษัทในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี สามารถเสนอแนะ แสดงความคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนไปยังกรรมการอิสระ โดยกรรมการอิสระจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมในแต่ละเรื่อง เช่น หากเป็นข้อร้องเรียน กรรมการอิสระจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาวิธีการเยียวยาที่เหมาะสม หรือกรณีเป็นข้อเสนอแนะที่กรรมการอิสระพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม หรือมีผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท กรรมการอิสระจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณากำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น
บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯได้ตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน และผู้บริหารของบริษัท หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก ได้แก่ คู่แข่ง คู่ค้า ลูกค้า เป็นต้น โดยบริษัทฯตระหนักดีว่าการสนับสนุน และรับฟังข้อคิดเห็น ตลอดจนการสร้างสัมพันธ์อันดี กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงาน และพัฒนาให้ธุรกิจของบริษัทมีการเติบโต และขยายตัวได้ในอนาคต โดยบริษัทฯจะจัดให้ทุกกลุ่มมีสิทธิได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม รวมทั้งปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น : บริษัทฯจะเป็นตัวแทนที่ดีของผู้ถือหุ้นในการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของมูลค่าบริษัทในระยะยาว รวมทั้งมีระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน
  • พนักงาน : บริษัทฯตระหนักดีว่าพนักงานเป็นหนึ่งในทรัพยากรหลักที่มีความสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้เจริญเติบโต บริษัทฯจึงสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท รวมทั้งส่งเสริมการทำงานในลักษณะเป็นทีมเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน และจัดให้สภาพแวดล้อมในการทำงานมีความปลอดภัยต่อพนักงาน รวมทั้งปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม โดยให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานเข้าร่วมการฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงานของตนเองทั้งที่จัดขึ้นเป็นการภายใน (In-House Training) หรือการฝึกอบรมที่จัดโดยองค์กรภายใน (Outsource Training) บริษัทมีการให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่นของบริษัท คณะกรรมการบริษัทส่งเสริมให้มีการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อม
  • คู่ค้า : บริษัทได้ปฏิบัติต่อคู่ค้าที่เป็น supplier อย่างเป็นธรรม เสมอภาคและปฏิบัติต่อคู่ค้าตามกรอบการค้าที่สุจริต โดยยึดหลักการปฏิบัติตามสัญญาเงื่อนไข ทางการค้า และคำมั่นที่ให้ไว้กับคู่ค้าอย่างเคร่งครัด เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย บริษัทมีนโยบายการสรรหา คัดเลือก และการประเมินผลงานของคู่ค้า โดยจัดทำทะเบียนคู่ค้า (Vendor List) และมีการติดตาม Update ข้อมูลดังกล่าวสม่ำเสมอ
  • เจ้าหนี้ : บริษัทได้ปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างเป็นธรรม เสมอภาค มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการปฏิบัติที่เป็นธรรมและรับผิดชอบต่อเจ้าหนี้ โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขค้ำประกัน การบริหารเงินทุน และกรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ และจะเปิดเผยถึงการปฏิบัติไว้ให้เป็นที่ทราบ
  • คู่แข่ง : ปฏิบัติต่อคู่แข่งอย่างมีจรรยาบรรณในเชิงธุรกิจ ตามกรอบกติกาแห่งการแข่งขันที่ดี โดยการหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้วยวิธีไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่แข่ง มีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยบริษัทมีกระบวนการในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติในการประเมินความเสี่ยงจากการทุจริต คอร์รัปชั่น
  • ลูกค้า : บริษัทฯมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า โดยทำการค้ากับลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์และเป็นธรรม
  • ชุมชนสังคม : บริษัทฯให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนรอบๆ ที่ตั้งของสำนักงานบริษัท

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีช่องทางที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสามารถติดต่อ/ร้องเรียนในเรื่องที่อาจเป็นปัญหา (Whistle Blowing) กับคณะกรรมการบริษัทได้โดยตรง ผ่านการส่ง email โดยตรงถึงกรรมการตรวจสอบ หรือส่งจดหมายมาที่เลขานุการบริษัท กรรมการอิสระจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาวิธีการเยียวยาที่เหมาะสม หรือกรณีเป็นข้อเสนอแนะที่กรรมการอิสระพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม หรือมีผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท กรรมการอิสระจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณากำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งบริษัทมีนโยบายในการปกป้องผู้แจ้งเบาะแสในการกระทำผิด

ทั้งนี้ บริษัทฯได้กำหนดแนวทางที่ต้องปฏิบัติเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มไว้อย่างชัดเจนใน “จริยธรรมธุรกิจ” พร้อมทั้งเผยแพร่และรณรงค์ให้คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร ตลอดจนผู้ปฏิบัติงาน ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินงาน และถือเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญของทุกคน

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทฯตระหนักดีถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตามหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลอื่นที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท

โดยบริษัทฯจะเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัทฯ คือhttp://www.gratitudeinfinite.co.th ส่วนของงานด้านผู้ลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทฯได้มอบหมายให้หน่วยงานบริหารกลาง ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น รวมทั้งนักวิเคราะห์ และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถติดต่อหน่วยงานดังกล่าวได้ที่ นางสาววรรณวดี หงษ์ทอง หรือ นางสาวอรพินธ์ โพธิสิทธิ์ โทรศัพท์ 0-2888-6800 โทรสาร 0-2888-7200 หรือ ที่ info@gratitudeinfinite.co.th

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย บุคคลที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่สามารถเอื้อประโยชน์ได้กับบริษัท โดยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการให้ความเห็นชอบการวางนโยบายและแผนการดำเนินธุรกิจและมีการติดตามผลการดำเนินงานเป็นรายไตรมาส อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในเพื่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยการจัดทำนโยบายด้านจริยธรรมธุรกิจและคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน เปิดเผยไว้ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทและบนเว็บไซต์ มีการกำชับและมีการติดตามการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว โดยการให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ละเมิดหรือทำผิดตามนโยบายดังกล่าว

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 คณะกรรมการของบริษัทมีจำนวน 12 ท่าน ประกอบด้วย กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 4 ท่าน โดยมีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมด เพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลในการออกเสียงพิจารณาเรื่องต่างๆ ตลอดจนสอบทานการบริหารงานของฝ่ายบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท

ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ (Corporate Social Responsibilities : CSR)

นโยบายภาพรวม

บริษัทฯได้ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคณะกรรมการและผู้บริหารขององค์กรจะเน้นย้ำกับบุคคลากรในองค์กรให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดในหน้าที่และอยู่ในจรรยาบรรณที่ดีของธุรกิจ

การดำเนินงานและการจัดทำรายงาน

บริษัทฯให้ผู้สอบบัญชีได้สอบทานความครบถ้วนเพียงพอของกระบวนการดำเนินงาน และผู้ตรวจสอบภายในที่ตรวจสอบระบบการควบคุมในทุกๆกระบวนการทำงานของบริษัท มีการประเมินความเสี่ยง และให้คำแนะนำในการพัฒนา ติดตามการแก้ไขและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ และมีการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัท

การดำเนินธุรกิจที่มีผลกระทบต่อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR in process)

  1. การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

    บริษัทฯได้มีการกำหนดนโยบายในการปฏิบัติต่อ ลูกค้า และ คู่ค้า อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้า หรือคู่ค้า ได้ร้องเรียนหรือแสดงความคิดเห็น หากพบการว่าการประกอบการใดมีข้อบกพร่อง บริษัทจะรับคำติชมมาแก้ไข และ ปรับปรุงวิธีการทำงานให้ดีขึ้น

  2. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

    ในการดำเนินธุรกิจบริษัทฯได้มีระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน ที่จะทำให้มั่นใจว่า การปฏิบัติงานของทุกขั้นตอนมีความครบถ้วนถูกต้อง เป็นไปตามจรรยาบรรณที่ดี ป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งยังมีการตรวจสอบระบบควบคุมภายในโดยบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระ มีการรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบทุกครั้ง คณะกรรมการบริษัทมีดำริที่จะนำบริษัทเข้าร่วมองค์กรเอกชนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยในปี 2559 บริษัทจะยื่นแสดงเจตจำนงการเข้าร่วม และกำหนดเป้าหมายการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรเอกชนดังกล่าวให้เรียบร้อยภายในปี 2559 เช่นกัน

  3. การเคารพสิทธิมนุษยชน

    สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการดำรงชีวิตในสังคม โดยสิทธิดังกล่าวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิของสมาชิกคนอื่นในสังคม โดยบริษัทฯได้เคารพสิทธิของแต่บุคคล เช่น เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการเดินทางและติดต่อสื่อสาร สิทธิในการลาอย่างเท่าเทียมกันในทุกตำแหน่งงาน เสรีภาพทางวิชาการ และบริษัทฯส่งเสริมให้มีการอบรมความรู้ด้านต่างๆที่เกี่ยวกับการทำงาน

  4. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

    มีการจ่ายค่าจ้างแรงงานตามอัตรากฎหมายกำหนด มีอุปกรณ์ความปลอดภัยให้กับพนักงานได้สวมใส่ในระหว่างปฏิบัติงาน และมีผลตอบแทนเพิ่มให้แก่พนักงานที่สามารถทำงานได้ตามปริมาณ รวมทั้งมีสวัสดิการต่างๆให้แก่พนักงานตามสมควร

  5. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

    บริษัทฯให้ความสำคัญต่อการจำหน่ายสินค้า โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดต้องมีใบรับรองสินค้า (COA) เป็นการรับรองให้กับลูกค้าว่าจะถูกนำไปใช้หรือผลิตต่ออย่างถูกต้อง

  6. การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

    บริษัทฯมีการบริหารจัดการด้านการกำจัดของเสียต่างๆตามวิธีการที่สมควร ไม่มีให้มีผลกระทบต่อในที่ชุมชนหรือสร้างปัญหาให้กับชุมชน

  7. การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม

    บริษัทฯให้ความร่วมมือกับชุมชนและสังคมอยู่เสมอในการปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบที่มีบริษัทยังมีส่วนร่วมในการเสียภาษีอย่างถูกต้องให้แก่ภาครัฐ เพื่อนำใช้ไปพัฒนาประเทศ

กิจกรรมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR after process)

บริษัทฯให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยกิจกรรมที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้แก่ การร่วมบริจาคเงินกับโครงการหัวใจสีขาว เพื่อต่อต้านยาเสพติด ร่วมบริจาคเงินให้กิจกรรมการกุศลของชุมชนท้องถิ่น ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนา การทอดผ้าป่า ทอดกฐินสามัคคี

ในการดำเนินธุรกิจนำเข้าเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้คำนึงถึงอยู่เสมอที่จะให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การบริหารงานในองค์กรได้ ให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะ เพื่อลดการใช้กระดาษ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า หรือ เชื้อเพลิง รับฟังคำร้องเรียน แล้วให้มีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ร่วมแบ่งปัน บริจาคเงินและสิ่งของเพื่อน้องๆ “โรงเรียนกลุ่มนักข่าวหญิง 2 (บ้านบ่อหวี)” จังหวัดราชบุรี ในวันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2559 เวลา 14.00 น.

การป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น

บริษัทฯมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ต่อต้านการติดสินบน และการคอร์รัปชั่น ได้มีการกำหนดเรื่องนี้ไว้เป็นนโยบายของบริษัท ดังนี้

  • ไม่เสนอให้ค่าตอบแทน จ่ายสินบน เรียกร้อง ตกลงหรือรับสินบนจากบุคคลอื่นหรือ หน่วยงานอื่นในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยทางตรงหรือทางอ้อม
  • ไม่บริจาคเงิน หรือจ่ายเงินเพื่ออำนวยความสะดวก หรือให้เงินสนับสนุนใดๆแก่บุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่นเพื่อเป็นช่องทางในการจ่ายสินบน
  • ไม่สนับสนุนเงินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมให้แก่พรรคการเมือง กลุ่มทางการเมือง หรือ บุคคลใดที่เกี่ยวพันกับการเมือง เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือ เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
ที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานหรือได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการติดสินบนหรือการคอร์รัปชั่น

การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง

ความเห็นของคณะกรรมการบริษัท

ในการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 โดยมีกรรมการอิสระทั้ง 4 ท่านเข้าร่วมประชุมด้วย คณะกรรมการบริษัทได้ประเมินระบบการควบคุมภายในของบริษัทโดยการซักถามข้อมูลจากฝ่ายบริหารแล้วสรุปได้ว่า จากการประเมินระบบการควบคุมภายในของบริษัทในด้านต่างๆ 5 องค์ประกอบ คือ

  1. การควบคุมภายในองค์กร
  2. การประเมินความเสี่ยง
  3. การควบคุมการปฏิบัติงาน
  4. ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล
  5. ระบบการติดตาม

คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าระบบการควบคุมภายในของบริษัทมีความเพียงพอและเหมาะสม โดยบริษัทฯได้จัดให้มีบุคคลากรอย่างเพียงพอที่จะดำเนินการตามระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัทจากการที่กรรมการหรือผู้บริหารนำไปใช้โดยมิชอบหรือโดยไม่มีอำนาจ รวมถึงการทำธุรกรรมกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งและบุคคลที่เกี่ยวโยงกันอย่างเพียงพอแล้ว สำหรับการควบคุมภายในในหัวข้ออื่น คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าบริษัทฯมีการควบคุมภายในที่เพียงพอแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ ผู้สอบบัญชีของบริษัท คือ บริษัท สำนักงาน อี วาย จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบทานงบการเงินรายไตรมาสและตรวจสอบงบประจำปี 2559 ได้ให้ความเห็นในรายงานสอบบัญชีว่า การควบคุมภายในของบริษัทมีความเพียงพอและเหมาะสม

ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบที่แตกต่างจากความคิดเห็นของคณะกรรมการบริษัท

ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบทั้ง 3 ท่าน เข้าร่วมประชุมด้วย ได้ร่วมจัดทำแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทโดยการซักถามข้อมูลจากฝ่ายบริหารสรุปได้ว่า บริษัทฯมีระบบการควบคุมภายในที่รัดกุมและเพียงพอ และไม่มีความเห็นที่แตกต่างจากความคิดเห็นของคณะกรรมบริษัท

ข้อมูลหัวหน้างานตรวจสอบภายในและหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน

ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 ครั้งที่ 5/2555 ได้แต่งตั้งบริษัท เอล บิสซิเนส แอดไวเชอร์รี่ จำกัด ให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัทตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2555 ซึ่งบริษัท เอล บิสซิเนส แอดไวเชอร์รี่ จำกัด ได้มอบหมายให้ นางสาวพรพิมล ทรงวุฒิวิชัย ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท

คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาคุณสมบัติของ บริษัท เอล บิสซิเนส แอดไวเชอร์รี่ จำกัด และนางสาวพรพิมล ทรงวุฒิวิชัย แล้วเห็นว่า มีความเหมาะสมเพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจากมีความเป็นอิสระ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายในเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การพิจารณาและอนุมัติ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้ายผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัทจะต้องผ่านการอนุมัติหรือได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานตรวจสอบภายในปรากฏในเอกสารแนบ 3

หัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน

บริษัทฯยังไม่มีการแต่งตั้งหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน แต่ได้มอบหมายให้เลขานุการบริษัททำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทจะต้องทราบและปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือมติคณะกรรมการบริษัท