นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการเป็นลายลักษณ์อักษร โดยนโยบาย ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 7/2553 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553

บริษัทฯได้ตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายกำกับดูแลกิจการเนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทและจะส่งเสริมให้บริษัทมีความมั่นคงและเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการไว้เป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานนั้น บริษัทให้ความสำคัญเรื่องระบบการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายใน โดยคณะกรรมการบริษัทจะมีการประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในร่วมกันเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้เปิดเผยผลการประเมินดังกล่าวไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) เป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้คณะกรรมการจะจัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำ นอกจากนี้บริษัทฯจะถือปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด

จรรยาบรรณธุรกิจ

บริษัทได้กำหนดหลักปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณของคณะกรรมการ ฝ่ายบริหาร และพนักงาน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของบริษัทด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม ทั้งการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งนี้ บริษัทได้มีการประกาศและแจ้งให้พนักงาน และผู้บริหารทุกคน รับทราบ และยึดปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใดๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์หรือการเกี่ยวโยงของตนใน รายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสิน รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ

คณะกรรมการตรวจสอบจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งได้มีการพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบ รวมทั้งบริษัทได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่าง เคร่งครัดในเรื่องการกำหนดราคาและเงื่อนไขต่างๆกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ให้เสมือนทำรายการกับบุคคล ภายนอกและส่งรายงานตามระยะเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด และจะได้มีการเปิดเผยไว้ในงบการเงิน รายงาน ประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 561) ด้วย

คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท 2 ชุด คือคณะกรรมการตรวจสอบ และ คณะกรรมการบริหาร โดยบริษัทฯได้มีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหารที่มีต่อผู้ถือหุ้นไว้อย่างชัดเจนเพื่อความเป็นอิสระในการตัดสินใจและนำเสนอวิสัยทัศน์ ดังรายละเอียดที่กล่าว ไว้แล้วภายใต้หัวข้อ 8 โครงสร้างการจัดการ

คณะกรรมการตรวจสอบ
บริษัทฯมีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งสิ้น 3 ท่าน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่อง และเสนอเรื่องให้คณะ กรรมการบริษัทพิจารณาหรือรับทราบตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ได้ระบุไว้ได้แก่ การตรวจสอบระบบ การควบคุมภายใน โดย รศ.ดร.ขวัญสกุล เต็งอำนวย 1 ใน 3 ของกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้มีความรู้ และประสบการณ์ในการสอบทานงบการเงิน
คณะกรรมการบริหาร
บริษัทฯมีคณะกรรมการบริหารทั้งสิ้น 4 ท่าน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความคล่องตัวโดยมี ขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท เช่น การมอบอำนาจในการ ทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินต่างๆ

นอกจากนี้บริษัทมีนโยบายในการแบ่งแยกตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้เป็นคนละบุคคลกัน เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดมีอำนาจโดยไม่จำกัด โดยคณะกรรมการของบริษัทจะเป็นผู้กำหนดอำนาจหน้าที่และคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทมีเลขานุการคณะกรรมการบริษัทซึ่งทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่คณะกรรมการจะต้องทราบและปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการรวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ

การสรรหากรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด

  • การสรรหากรรมการบริษัท

    การคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัท แม้ปัจจุบันยังไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา (Nominating Committee) แต่คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาคัดเลือกกรรมการโดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็น ผู้พิจารณาคัดเลือกตามเกณฑ์คุณสมบัติตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 และตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังเน้นถึงประสบการณ์ความรู้และความสามารถจากนั้นจึงนำ รายชื่อเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแต่งตั้งในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัทที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้ง โดยใช้เสียงข้างมากตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

    1. ให้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถือ
    2. ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทำการเลือกตั้งกรรมการจากบรรดาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการโดยวิธีการให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทำการออกเสียงลงคะแนนให้แก่บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการเป็นรายบุคคลที่ได้รับ การเสนอชื่อ โดยผู้ถือหุ้นแต่ละคนมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งเสียงต่อหนึ่งหุ้นที่ตนถือในการออกเสียงลงคะแนนให้แก่บุคคลที่ได้รับการ เสนอชื่อเป็นกรรมการแต่ละคน และไม่สามารถแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมาน้อยเพียงใด
    3. ให้บุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากัน เกินจำนวนที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือก ตั้งในครั้งนั้นให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด เพื่อให้ได้กรรมการเป็นจำนวนตามที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด

  • การสรรหากรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ

    คณะกรรมการบริษัทหรือเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้น ซึ่งกำหนดให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยคัดเลือกจากกรรมการอิสระ และผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ 1 คน ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านบัญชีหรือการเงินเมื่อกรรมการตรวจสอบว่างลงจนมีจำนวนต่ำกว่า 3 คน ให้คณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งให้ครบจำนวนภายในระยะเวลาไม่เกิน กว่า 3 เดือนนับจากวันที่คณะกรรมการตรวจสอบมีจำนวนน้อยกว่า 3 คน

  • การสรรหาผู้บริหารระดับสูงสุด

    คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงสุด และผู้ที่รับคัดเลือกเป็นผู้บริหารสูงสุด ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการ มีภาวะความเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำขององค์กร สามารถดำเนินการตามนโยบายของธุรกิจได้ เป็นอย่างดี

การกำกับดูแลการดำเนินการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

บริษัทย่อยเป็นบริษัทจำกัดดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (คอลลาเจน) โดยบริษัทย่อยกำกับดูแลโดยประเจ้าหน้าที่บริหาร

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของกลุ่มบริษัทฯที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล (รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว) รวมถึงได้กำหนดโทษเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท หรือการนำข้อมูลของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ ส่วนตนไว้แล้วตามนโยบายการป้องกันการนำข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งได้ให้ความรู้ความเข้าใจแก่คณะกรรมการของบริษัทและผู้บริหาร ในหน้าที่การรายงานการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 รวมทั้งจะแจ้งข่าวสารและข้อกำหนดต่างๆของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้แก่คณะกรรมการของบริษัทและผู้บริหารตามที่ได้รับแจ้งจากทางหน่วยงานดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

ในปี 2557 ค่าตอบแทนรวมของผู้สอบบัญชี (Audit fee) ประกอบด้วยค่าสอบบัญชีจำนวน 400,000 บาท ค่าสอบทาน งบการเงินไตรมาสละ 100,000 บาท ค่าสอบบัญชีของบริษัทย่อยอีก 40,000 บาท รวม 740,000 บาท ทั้งนี้บุคคลหรือกิจการที่ เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี คือ นางสาวศิราภรณ์ เอื้ออนันต์กุล นายศุภชัย ปัญญาวัฒโน นายกฤษดา เลิศวนา และ นางชลรส สันติอัศราภรณ์ จากบริษัท สำนักงาน อี วาย จำกัด ซึ่งไม่เป็นบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับบริษัท

การปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Code of best practices)

บริษัทฯมีนโยบายนำหลักการ "การปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Code of Best Practices)" ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของบริษัท เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท และเพื่อเป็นการเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตลอดจน เพื่อเพิ่มความมีประสิทธิภาพของฝ่ายบริหารจัดการ อันจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นขึ้นในกลุ่มผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุก ฝ่าย ซึ่งหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ครอบคลุมหลักการ 5 หมวด ดังมีรายละเอียดดังนี้

สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯได้ตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ ถือหุ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นได้แก่ สิทธิในการซื้อขายหรือการโอนหุ้น สิทธิ ในการได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ สิทธิในส่วนแบ่งกำไรของกิจการ สิทธิในการเลือกตั้งและถอดถอนกรรรมการ และให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีอิสระ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อ ตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การ ลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น

นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่างๆ ข้างต้นแล้ว บริษัทฯมีนโยบายในการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริม และอำนวยความ สะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้

  • จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีทุกปี โดยจะจัดภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชีในแต่ละปี พร้อมทั้ง จัดส่งหนังสือนัดประชุม และข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นรับทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุม ไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วันกรณีมีการลงมติในวาระสำคัญๆตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด ของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และลงประกาศหนังสือพิมพ์แจ้งวันนัดประชุมล่วงหน้า เป็นเวลา ติดต่อกัน 3 วันก่อนที่จะถึงวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน โดยในแต่ละวาระการประชุมจะมีความเห็นของคณะ กรรมการประกอบไปด้วย
  • เผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าในเว็บไซต์ของบริษัทฯ พร้อมทั้งชี้แจงสิทธิของผู้ถือหุ้นใน การเข้าประชุม และสิทธิออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น
  • ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการ อิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนตนได้เพื่อสนับสนุนการใช้สิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นโดยใช้หนังสือมอบฉันทะ แบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม
  • ก่อนการประชุมเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อซักถามได้ล่วงหน้าก่อนวันประชุมผ่าน email address ของนักลงทุนสัมพันธ์ และ email address ของเลขานุการบริษัท
  • ในการประชุมบริษัทฯจะจัดสรรเวลาให้เหมาะสม และจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือ ตั้งคำถามในวาระต่างๆอย่างอิสระ ก่อนการลงมติในวาระใดๆ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ให้ข้อมูลรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว อย่างเพียงพอต่อการตัดสินใจอนุมัติทำรายการใดๆ โดยในวาระที่ผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัย ข้อซักถาม บริษัทฯจะจัดเตรียม บุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเป็นผู้ให้คำตอบภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

กรรมการทุกคนจะเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถซักถามข้อมูลรายละเอียดในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องได้

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯมีนโยบายที่จะสร้างความเท่าเทียมกันต่อผู้ถือหุ้นทุกราย ทุกกลุ่ม ด้วยความเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นต่างชาติ และผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ดังนี้

  • การปฏิบัติและอำนวยความสะดวกต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการจำกัดหรือละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น
  • การกำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง
  • การกำหนดให้กรรมการอิสระเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลผู้ถือหุ้นส่วนน้อย โดยผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอแนะแสดงความคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนไปยังกรรมการอิสระ โดยกรรมการอิสระจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมในแต่ละเรื่อง เช่น หากเป็นข้อร้องเรียน กรรมการอิสระจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาวิธีการเยียวยาที่เหมาะสม หรือกรณีเป็นข้อเสนอแนะที่กรรมการอิสระพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม หรือมีผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท กรรมการอิสระจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณากำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น
บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯได้ตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน และ ผู้บริหารของบริษัท หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก ได้แก่ คู่แข่ง คู่ค้า ลูกค้า เป็นต้น โดยบริษัทฯตระหนักดีว่าการสนับสนุน และรับ ฟังข้อคิดเห็น ตลอดจนการสร้างสัมพันธ์อันดี กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงาน และพัฒนาให้ธุรกิจของ บริษัทมีการเติบโต และขยายตัวได้ในอนาคต โดยบริษัทฯจะจัดให้ทุกกลุ่มมีสิทธิได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม รวมทั้งปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น : บริษัทจะเป็นตัวแทนที่ดีของผู้ถือหุ้นในการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของ มูลค่าบริษัทในระยะยาว รวมทั้งมีระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน
  • พนักงาน : บริษัทตระหนักดีว่าพนักงานเป็นหนึ่งในทรัพยากรหลักที่มีความสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้มีความเติบโต บริษัทจึงสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท รวมทั้งส่งเสริมการทำงานในลักษณะเป็นทีมเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน และจัดให้สภาพแวดล้อมในการทำงานมีความปลอดภัยต่อพนักงาน รวมทั้งปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม โดยให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม
  • คู่ค้า : ปฏิบัติต่อคู่ค้าตามกรอบการค้าที่สุจริต โดยยึดหลักการปฏิบัติตามสัญญาเงื่อนไขทางการค้า และคำมั่นที่ให้ใว้กับคู่ค้าอย่างเคร่งครัด
  • คู่แข่ง : ปฏิบัติต่อคู่แข่งอย่างมีจรรยาบรรณในเชิงธุรกิจ ตามกรอบกติกาแห่งการแข่งขันที่ดี โดย การหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้วยวิธีไม่สุจริต
  • ลูกค้า : บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า โดยทำการค้ากับลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์และเป็นธรรม
  • สังคม : บริษัทให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนรอบ ๆ ที่ตั้งของสำนักงานบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดแนวทางที่ต้องปฏิบัติเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มไว้อย่างชัดเจนใน “จริยธรรมธุรกิจ” พร้อมทั้งเผยแพร่และรณรงค์ให้คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินงาน และถือเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญของทุกคน

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทฯตระหนักดีถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและ ข้อมูลทั่วไป ตามหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลอื่นที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งมีผลต่อ กระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท

โดยบริษัทฯจะเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูล ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SCP)รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัทฯคือ http://www.gratitudeinfinite.co.th ในส่วนของ งานด้านผู้ลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทฯได้มอบหมายให้หน่วยงานบริหารกลาง ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น รวมทั้งนัก วิเคราะห์ และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถติดต่อหน่วยงานดังกล่าวได้ที่ นางสาวอุสารัตน์ เจนวนิชยานนท์ หรือ นางสาวปิยธิดา สุวรรณชนะ โทรศัพท์ 028886800 โทรสาร 028887200 หรือ ที่ Email address: info@gratitudeinfinite.co.th

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย บุคคลที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่สามารถเอื้อประโยชน์ได้กับบริษัท โดยเป็นผู้ มีบทบาทสำคัญในการให้ความเห็นชอบการวางนโยบายและแผนการดำเนินธุรกิจและมีการติดตามผลการดำเนินงานเป็นราย ไตรมาส อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในเพื่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดย รวม

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 คณะกรรมการของบริษัทมีจำนวน 12 ท่าน ประกอบด้วย กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 4 ท่าน โดยมีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมด เพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลในการออก เสียงพิจารณาเรื่องต่างๆ ตลอดจนสอบทานการบริหารงานของฝ่ายบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท

ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ (Corporate Social Responsibilities : CSR)

นโยบายภาพรวม

บริษัทฯได้ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคณะกรรมการและผู้บริหารขององค์กรจะเน้นย้ำกับบุคคลากรในองค์กรให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดในหน้าที่และอยู่ในจรรยาบรรณที่ดีของธุรกิจ

การดำเนินงานและการจัดทำรายงาน

บริษัทฯให้ผู้สอบบัญชีได้สอบทานความครบถ้วนเพียงพอของกระบวนการดำเนินงาน และผู้ตรวจสอบภายในที่ตรวจสอบระบบการควบคุมในทุกๆกระบวนการทำงานของบริษัท มีการประเมินความเสี่ยง และให้คำแนะนำในการพัฒนา ติดตามการแก้ไขและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ และมีการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัท

การดำเนินธุรกิจที่มีผลกระทบต่อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR in process)

  1. การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

    บริษัทฯได้มีการกำหนดนโยบายในการปฏิบัติต่อ ลูกค้า และ คู่ค้า อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้า หรือคู่ค้า ได้ร้องเรียนหรือแสดงความคิดเห็น หากพบการว่าการประกอบการใดมีข้อบกพร่อง บริษัทจะรับคำติชมมาแก้ไข และ ปรับปรุงวิธีการทำงานให้ดีขึ้น

  2. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

    ในการดำเนินธุรกิจบริษัทฯได้มีระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน ที่จะทำให้มั่นใจว่า การปฏิบัติงานของทุกขั้นตอนมีความครบถ้วนถูกต้อง เป็นไปตามจรรยาบรรณที่ดี ป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งยังมีการตรวจสอบระบบควบคุมภายในโดยบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระ มีการรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบทุกครั้ง

  3. การเคารพสิทธิมนุษยชน

    สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการดำรงชีวิตในสังคม โดยสิทธิดังกล่าวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิของสมาชิกคนอื่นในสังคม โดยบริษัทฯได้เคารพสิทธิของแต่บุคคล เช่น เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการเดินทางและติดต่อสื่อสาร สิทธิในการลาอย่างเท่าเทียมกันในทุกตำแหน่งงาน เสรีภาพทางวิชาการ และบริษัทฯส่งเสริมให้มีการอบรมความรู้ด้านต่างๆที่เกี่ยวกับการทำงาน

  4. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

    มีการจ่ายค่าจ้างแรงงานตามอัตรากฎหมายกำหนด มีอุปกรณ์ความปลอดภัยให้กับพนักงานได้สวมใส่ในระหว่างปฏิบัติงาน และมีผลตอบแทนเพิ่มให้แก่พนักงานที่สามารถทำงานได้ตามปริมาณ รวมทั้งมีสวัสดิการต่างๆให้แก่พนักงานตามสมควร

  5. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

    บริษัทฯให้ความสำคัญต่อการจำหน่ายสินค้า โดยสินค้าแต่ละชนิดแต่ละล๊อตจะต้องมีใบรับรองสินค้า (COA) เป็นการรับรองให้กับลูกค้าว่าจะถูกนำไปใช้หรือผลิตต่ออย่างถูกต้อง

  6. การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

    บริษัทฯมีการบริหารจัดการด้านการกำจัดของเสียต่างๆตามวิธีการที่สมควร ไม่มีการทิ้งซากสารเคมีในที่ชุมชนหรือสร้างปัญหาให้กับชุมชน

  7. การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม

    บริษัทฯให้ความร่วมมือกับชุมชนและสังคมอยู่เสมอในการปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบที่มีบริษัทยังมีส่วนร่วมในการเสียภาษีอย่างถูกต้องให้แก่ภาครัฐ เพื่อนำใช้ไปพัฒนาประเทศ

  8. การมีนวัตกรรมและเผยแพร่นวัตกรรม

    เนื่องจากบริษัทฯดำเนินธุรกิจเป็นผู้จัดหาและจัดจำหน่ายสินค้าเคมีภัณฑ์ ซึ่งไม่มีส่วนงานผลิต ดังนั้นจึงไม่มีด้านงานนวัตกรรมและ/หรือการเผยแพร่นวัตกรรมใดๆ

กิจกรรมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR after process)

บริษัทฯให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยกิจกรรมที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้แก่ การร่วมบริจาคเงินกับโครงการหัวใจสีขาว เพื่อต่อต้านยาเสพติด ร่วมบริจาคเงินเพื่อปรับปรุงโรงเรียนแห่งหนึ่งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ร่วมบริจาคเงินให้กิจกรรมการกุศลของชุมชนท้องถิ่น ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนา การทอดผ้าป่า ทอดกฐินสามัคคี

ในการดำเนินธุรกิจนำเข้าเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้คำนึงถึงอยู่เสมอที่จะให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การบริหารงานในองค์กรได้ ให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะ เพื่อลดการใช้กระดาษ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า หรือ เชื้อเพลิง รับฟังคำร้องเรียน แล้วให้มีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

การป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น

บริษัทฯมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ต่อต้านการติดสินบน และการคอร์รัปชั่น ได้มีการกำหนดเรื่องนี้ไว้เป็นนโยบายของบริษัท ดังนี้

  • ไม่เสนอให้ค่าตอบแทน จ่ายสินบน เรียกร้อง ตกลงหรือรับสินบนจากบุคคลอื่นหรือ หน่วยงานอื่นในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยทางตรงหรือทางอ้อม
  • ไม่บริจาคเงิน หรือจ่ายเงินเพื่ออำนวยความสะดวก หรือให้เงินสนับสนุนใดๆแก่บุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่นเพื่อเป็นช่องทางในการจ่ายสินบน
  • ไม่สนับสนุนเงินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมให้แก่พรรคการเมือง กลุ่มทางการเมือง หรือ บุคคลใดที่เกี่ยวพันกับการเมือง เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือ เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
ที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานหรือได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการติดสินบนหรือการคอร์รัปชั่น

การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง

ความเห็นของคณะกรรมการบริษัท

ในการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 โดยมีกรรมการอิสระทั้ง 4 ท่านเข้าร่วมประชุมด้วย คณะกรรมการบริษัทได้ประเมินระบบการควบคุมภายในของบริษัทโดยการซักถามข้อมูลจากฝ่ายบริหารแล้วสรุปได้ว่า จากการประเมินระบบการควบคุมภายในของบริษัทในด้านต่างๆ 5 องค์ประกอบ คือ

  • การควบคุมภายในองค์กร
  • การประเมินความเสี่ยง
  • การควบคุมการปฏิบัติงาน
  • ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล
  • ระบบการติดตาม

คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าระบบการควบคุมภายในของบริษัทมีความเพียงพอและเหมาะสม โดยบริษัทฯได้จัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอที่จะดำเนินการตามระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัทจากการที่กรรมการหรือผู้บริหารนำไปใช้โดยมิชอบหรือโดยไม่มีอำนาจ รวมถึงการทำธุรกรรมกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งและบุคคลที่เกี่ยวโยงกันอย่างเพียงพอแล้ว สำหรับการควบคุมภายในในหัวข้ออื่น คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าบริษัทฯมีการควบคุมภายในที่เพียงพอแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ ผู้สอบบัญชีของบริษัท คือ บริษัท สำนักงาน อี วาย จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบทานงบการเงินรายไตรมาสและตรวจสอบงบประจำปี 2557 ได้ให้ความเห็นในรายงานสอบบัญชีว่า การควบคุมภายในของบริษัทมีความเพียงพอและเหมาะสม

ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบที่แตกต่างจากความคิดเห็นของคณะกรรมการบริษัท

ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบทั้ง 3 ท่าน เข้าร่วมประชุมด้วย ได้ร่วมจัดทำแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทโดยการซักถามข้อมูลจากฝ่ายบริหารสรุปได้ว่า บริษัทฯมีระบบการควบคุมภายในที่รัดกุมและเพียงพอ และไม่มีความเห็นที่แตกต่างจากความคิดเห็นของคณะกรรมบริษัท

ข้อมูลหัวหน้างานตรวจสอบภายในและหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน

ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 ครั้งที่ 5/2555 ได้แต่งตั้งบริษัท เอล บิสซิเนส แอดไวเชอร์รี่ จำกัด ให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัทตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2555 ซึ่งบริษัท เอล บิสซิเนส แอดไวเชอร์รี่ จำกัด ได้มอบหมายให้ นางสาวพรพิมล ทรงวุฒิวิชัย ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท

คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาคุณสมบัติของ บริษัท เอล บิสซิเนส แอดไวเชอร์รี่ จำกัด และนางสาวพรพิมล ทรงวุฒิวิชัย แล้วเห็นว่า มีความเหมาะสมเพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจากมีความเป็นอิสระ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายในเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การพิจารณาและอนุมัติ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้ายผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัทจะต้องผ่านการอนุมัติหรือได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานตรวจสอบภายในปรากฏในเอกสารแนบ 3

หัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน

บริษัทฯยังไม่มีการแต่งตั้งหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน แต่ได้มอบหมายให้เลขานุการบริษัททำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทจะต้องทราบและปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือมติคณะกรรมการบริษัท