ความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญ

Responsive imageบริษัท แกรททิทูด อินฟินิท จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542 ภารกิจหลักของบริษัทฯ เป็นตัวแทนผู้ผลิตชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อนำเข้าเคมีภัณฑ์พื้นฐาน และ เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ จัดหน่ายภายในประเทศซึ่งถือเป็นผู้ขายระดับแนวหน้าของประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน 303,000,000 บาท

เป็นระยะเวลากว่า 15 ปี จนถึงปัจจุบัน แกรททิทูด อินฟินิทได้สั่งสมประสบการณ์ พัฒนาความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ ด้านเทคนิค และ ด้านบริการ เพื่อนำประสบการณ์ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี นำเสนอและเข้าถึงความความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุดอย่างทันท่วงที และ ฉับไว พนักงานของบริษัทฯทุกคนทำงานด้วยใจรักในงานบริการ พัฒนาเรียนรู้ในสิ่งต่างๆอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อนำสิ่งที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการทำงานภายในบริษัทฯ และ ถ่ายทอดส่งต่อลูกค้าของแกรททิทูด อินฟินิท

ปัจจุบันแกรททิทูด อินฟินิท จัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์กว่า 200 รายการ ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิเช่น เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ, อาหาร, เวชภัณฑ์, พลาสติกและบรรจุภัณฑ์, หมึกพิมพ์ และ เคลือบสี แกรททิทูด อินฟินิทจะยังคงขยายเครือข่ายสินค้าและเคมีภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น และไม่มีที่สิ้นสุด จะพัฒนาด้านการบริการ และ ความถูกต้องรวดเร็ว เพื่อให้เกิดความพอใจสำหรับลูกค้าให้มากที่สุด


ประวัติการดำเนินงานที่สำคัญของบริษัท


2542 เริ่มก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท
2548 บริษัทฯได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจาก 5 ล้านบาท เป็น 58 ล้านบาท
2550 บริษัทฯได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้ว จาก 58 ล้านบาทเป็น 78 ล้านบาท
2553 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2553 ของ UKEM (บริษัทใหญ่ของ GIFT) มีมติให้บริษัท ยูเนี่ยน อินทราโก้ จํากัด (ชื่อเดิมของบริษัทฯ) เพิ่มทุนจดทะเบียนและแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจํากัด และนําหุ้นสามัญเข้าจอ ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (Spin-Off) โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งทําให้สัดส่วนการถือครองหุ้นของบริษัทฯ โดย UKEM ลคลงจากร้อยละ 99.99 ของทุนชําระแล้วก่อนการเสนอขายIPO เหลือร้อยละ 59.99 ของทนชําระแล้วหลังการเสนอขาย IPO
2554 บริษัทฯได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็น 130 ล้านบาท
2556 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียน 2 ครั้ง ครั้งแรกเพิ่มเป็น 181.99 ล้านบาท และครั้งที่สองเพิ่มเป็น 212.33 ล้านบาท จากการจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญ
2557 บริษัทได้มีการลงทุน 19.99 ล้านบาทในบริษัทย่อย เพื่อเป็นโรงงานผลิตคอลลาเจน ต่อมาในเดือน ธันวาคม 2557 บริษัทได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัท จาก บริษัท ยูเนี่ยน อินทราโก้ จํากัด (มหาชน) เป็น บริษัท แกรทททูค อินฟินิท จํากัด (มหาชน) และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 302.69 ล้านบาท จากการจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญเช่นเดียวกัน
2558 บริษัทได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากการออกใบสําคัญแสดงสิทธิ (GIFI-W1) จาก 302.69 ล้านบาท เป็น 454.03 ล้านบาท
2559 บริษัทฯ ย้ายหลักทรัพย์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 และมีการลงทุนในบริษัทย่อย บริษัท ลิจิท จํากัด 4.99 ล้านบาท เพื่อจําหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงกลั่นน้ํามันและโรงไฟฟ้าเมื่อเดือน มีนาคม 2559 รวมถึงการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อย บริษัท ลาวิช แลบบอราทอรี จํากัด 2.99 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน 2559
2560 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชําระแล้วในบริษัทย่อย บริษัท ลาวิช แลบบอราทอรี จํากัด จาก 17 ล้าน บาท เป็น 50 ล้านบาท
2560 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียน 2 ครั้ง ครั้งแรกเพิ่มเป็น 320.15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 และ ครั้งที่สองเพิ่มเป็น 341.73 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 จากการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสําคัญแสดง สิทธิ(GIFI-W1)
2560 บริษัท จัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อขายสินค้าเครื่องหอมและเครื่องสําอาง สินค้าประเภทอาหารเสริม ชื่อบริษัท เนเชอรัล ฟ โซไซตี้ จํากัด ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
2561 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชําระแล้วเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 เป็น 412.81 ล้าน จากการใช้สิทธิ แปลงสภาพใบสําคัญแสดงสิทธิ(GIFI-W1)
2561 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชําระแล้วในบริษัทย่อย บริษัท เนเชอรัล กิ๊ฟ โซไซตี้ จํากัด เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 จาก 1 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท
2562 บริษัทฯ ได้ดําเนินการเสร็จสิ้น ตามมติที่คณะกรรมการบริษัทฯอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหาร ทางการเงิน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 โดยจํานวนหุ้นที่จะซื้อคืนเท่ากับ 12 ล้านหุ้น มูลค่ารวมเป็นจํานวนเงิน 54.18 ล้าน บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.91 ของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายและชําระแล้วทั้งหมด
2563 บริษัทฯ ได้ดําเนินการเสร็จสิ้น ตามมติที่คณะกรรมการบริษัทฯอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหาร ทางการเงิน โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 โดยบริษัทฯได้ คําเนินการซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้นครบตามจํานวนเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 จํานวนหุ้นที่ซื้อคืนเท่ากับ 70 ล้านหุ้น มูลค่ารวมเป็น จํานวนเงิน 210 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 16.96 ของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายและชําระแล้วทั้งหมด
2563 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัทฯจดทะเบียนเลิก บริษัท ลิจิท จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกิจการ เนื่องจากไม่ได้มีการดําเนินกิจการมาเป็นระยะ เวลานานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประจํา โดยบริษัทฯ ได้ดําเนินการจอเลิกบริษัทเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 และได้จอ ทะเบียนเสร็จการชําระบัญชีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563
2563 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2563 นายพรเจต สุวรรณนภาศรี กรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายการุณ ศรีวิจิตรานนท์ กรรมการบริษัท ได้ลาออกจากตําแหน่งในบริษัทฯ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุม กรรมการบริษัทครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2553 ได้มีมติแต่งตั้งนางสาวสุธิดา สุวรรณนภาศรี เป็นประธานเจ้าหน้าที่ บริหารแทน นายพรเจต สุวรรณนภาศรีที่ลาออก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป